ศูนย์บริการข้อมูล02 328 8976

พรีเมี่ยม ควอลิตี้ เอ็นจิเนียริ่ง

ผู้นำด้านการออกแบบ สร้างโรงงาน และห้องสะอาด (Cleanroom) รวมถึงงานระบบต่างๆ ในอุตสาหกรรม

พรีเมี่ยม ควอลิตี้ เอ็นจิเนียริ่ง

turnkey project โดยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์การทำงานในบริษัทญี่ปุ่นและบริษัทต่างชาติมาไม่ต่ำกว่า 20 ปี

พรีเมี่ยม ควอลิตี้ เอ็นจิเนียริ่ง

ผู้นำด้านคุณภาพมาตรฐานวิศวกรรม ราคาเป็นธรรม สร้างความพึงพอใจสูงสุด ส่งมอบงานให้กับลูกค้าตรงเวลา

พรีเมี่ยม ควอลิตี้ เอ็นจิเนียริ่ง
เป็นบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญในการออกแบบ และสร้างโรงงาน รวมถึงห้องสะอาด (Cleanroom) และงานระบบต่างๆ ในอุตสาหกรรม สามารถ turnkey project ส่งมอบงานให้กับลูกค้าได้อย่างมีคุณภาพ โดยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์งานในบริษัทญี่ปุ่นและบริษัทต่างชาติมาไม่ต่ำกว่า 20 ปี บริษัทของเราจัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2549 และได้มีการขยายธุรกิจให้ใหญ่มากขึ้น เพื่อให้มีเสถียรภาพในการบริหารและการจัดการที่เหมาะสม กับภาคอุตสาหกรรมในประเทศไทย

การดำเนินการและมาตรฐาน
ความพึงพอใจ - ระดับสูงสุดให้แก่ลูกค้า
คุณภาพ - ได้มาตรฐานตามข้อกำหนดทางเทคนิค และ มาตรฐานวิศวกรรม
ราคา - ราคาที่เป็นธรรมและเหมาะสมกับเศรษฐกิจในขณะนั้น
ตรงต่อเวลา - ส่งมอบงานให้กับลูกค้าได้ตรงต่อเวลาของโครงการ
ความปลอดภัย - ปฏิบัติตามมาตรฐานอุตสาหกรรม และภายใต้กฎหมายไทย

เราจะพัฒนาและปรับปรุงคุณภาพของงานบริการให้ดีขึ้นสำหรับรองรับลูกค้าทั้งเก่าและใหม่ เพื่อความพึงพอใจสูงสุด

ประวัติความเป็นมา
โครงสร้างบริษัท

บริการของเรา

Civil Work

Design and Construction
Factory & Building
Rc Road, Asphaltic Concrete
interior work
Clean room wall partition

M&E Work

HVAC System
Clean Room & Bio Clean Room Systems
Electrical System
Air Compressor System
Building Automation (BAS)
Plumbing & Sanitary
Fire Fighting Systems
Environmental Engineering
Dehumidifier & Dryer Systems

ลูกค้าผู้มอบโอกาส

ร่วมงานกับเรา

ติดต่อเรา

ที่อยู่บริษัท

บริษัท พรีเมี่ยม ควอลิตี้ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด

555/118 หมู่บ้าน เนอวานา อ่อนนุช ถ.อ่อนนุช แขวงประเวศ เขตประเวศ กรุงเทพฯ 10250
  • โทร :0-2328-8976
  • แฟกซ์ :0-2328-8986
  • มือถือ :081-9000-639
  • อีเมล :Premiumq2006@gmail.com
    korn@premiumq2006.com

แบบฟอร์มติดต่อบริษัท

refresh

ความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน

ผู้ปฏิบัติงานที่ได้รับอันตรายจากการปฏิบัติงาน ส่วนใหญ่มักขาดความเอาใจใส่ในเรื่องของสุขภาพความปลอดภัย ทั้งในส่วนตัวคนงานเอง และสถานประกอบการที่ ไม่มีนโยบายเรื่องสุขภาพความปลอดภัย รวมถึงขาดประสิทธิภาพในการตรวจสอบให้ความรู้ บังคับใช้กฏหมายของหน่วยงานภาครัฐที่มีหน้าที่ ดังนั้นเราจึงจำเป็นที่จะต้องเข้าใจ และปฏิบัติตามหลักความปลอดภัยโดยเคร่งครัด แล้วเราจะปลอดภัยจากอันตรายหรืออุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้น

ความมุ่งมั่นและนโยบายด้านความปลอดภัย

  1. ในทุกโครงการ ทางบริษัทมีเป้าหมายและนโยบายความปลอดภัยในการทำงาน ผู้บริหารและบุคลากรทุกระดับมีหน้าที่ที่จะร่วมมือกันปฏิบัติ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการทำงานทุกด้าน
  2. บริษัทฯ สนับสนุน และส่งเสริมให้มีการปรับปรุงสภาพแวดล้อมที่ดี และวิธีปฏิบัติงานที่ปลอดภัย ตลอดจนการจัดให้มีการใช้อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลในการทำงานที่เหมาะสม ทั้งนี้ เพื่อให้การทำงานเป็นไปตามมาตรฐานด้านความปลอดภัย
  3. บริษัทฯ จะจัดให้มีการติดตาม และประเมินผลในการดำเนินการตามนโยบายความปลอดภัยเป็นประจำ เพื่อควมคุมดูแล และปรับปรุงแก้ไขให้มีการปฏิบัติอย่างจริงจังและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด
  4. จัดให้มีการรักษากฏระเบียบด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมในการทำงานรวมอยู่ในการประเมินผลงานประจำปีของพนักงาน
  5. บริษัทฯ กำหนดเป้าหมายให้การดำเนินการก่อสร้างในทุกโครงการ ปราศจากอุบัติเหตุร้ายแรงจนถึงแก่ชีวิต หรือทุพลภาพและอุบัติเหตุที่เป็นสาเหตุให้เกิดการหยุดทำงาน

บันทึกความปลอดภัยของบริษัท

งานห้องสะอาด

Cleanroom หมายถึง ห้องที่ภายในถูกควบคุมปริมาณอนุภาคในอากาศ และถูกสร้างโดยใช้วิธีที่ลดการนำเข้าการเพิ่มจำนวน และการดำรงอยู่ของปริมาณอนุภาคดังกล่าว ซึ่งตัวแปรที่เกี่ยวข้องซึ่งต้องถูกควบคุม ได้แก่ อุณหภูมิ ความชื้น ความดันในงานอุตสาหกรรม ประเภทต่างๆ เช่น

  1. อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม (Food & Drink Industrial)
  2. อุตสาหกรรมเภสัชกรรมและการแพทย์ (Pharmaceutical & Hospital & Lab, Room)
  3. อุตสาหกรรมอิเลคทรอนิคส์และคอมพิวเตอร์ (PCB & Electronic & Computer Industrial)
  4. อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ (Packaging Industrial)
Cleanroom หรือ "ห้องสะอาด" ถูกนำมาใช้ครั้งแรกในปี คศ.1961 โดย Willis Whitfield ห้องสะอาด หมายถึงห้องที่มีการปิดมิดชิด มีการควบคุมมลสารในอากาศให้น้อยที่สุด เพื่อให้มีความเป้นไปตามระดับมาตรฐานความสะอาด และมีความควบคุมสภาวะแวดล้อง เช่น อุณหภูมิ ความชื้น และความแตกต่างของความดันตามที่ต้องการ

โดยทั่วไปมลสารหรืออนุภาคในอากาศ ประกอบไปด้วยอนุภาคที่มีชีวิต และอนุภาคที่ไม่มีชีวิต ห้องสะอาดทางชีววิทยา อุตสาหกรรมอาหาร ยาหรือโรงพยาบาล จะเน้นการควบคุมหรือ ป้องกันพวกเชื้อจุลินทรีย์ เช่น แบคทีเรีย ยีสต์ รา ไวรัส รวมทั้งสปอร์ของแบคทีเรีย (bacterial spore) และสปอร์ของรา เครื่องมือสำคัญ ในการควบคุมปริมาณอนุภาคใน Cleanroom คือ แผ่นกรองอากาศชนิด HEPA (High Efficiency Particulate Air) ซึ่งสามารถกรองอนุภาคที่มีขนาด 0.3 ไมครอน ได้มีประสิทธิภาพถึง 99.97%

ตัวอย่างงานห้องสะอาด

งานโยธา

วิศวกรรมโยธา (Civil Engineering) เป็นศาสตร์ของสาขาหนึ่งในทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ ครอบคลุมการก่อสร้างตึก ตึกระฟ้า อาคาร สะพาน ถนนและระบบขนส่งอื่นๆ รวมถึงระบบสาธารณูปโภคต่างๆ เช่น เขื่อน คลอง ตลอดจนการทำรังวัดในงานสำรวจและแผนที่ รวมไปถึงการวิเคราะห์ ทางธรณี และชลศาสตร์ และการบริหารจัดการการก่อสร้าง งานในทางด้านวิศวรรรมจะเน้นทางด้านการใช้วัสดุและทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผู้ที่ประกอบวิชาชีพในสาขานี้เรียกว่า วิสวกรโยธา หรือเรียกกันว่า นายช่าง ในการทำงานในประเทศไทย ผู้ที่ประกอบวิชาชีพจะขึ้นทะเบียนกับ สภาวิศวกร เพื่อรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรม (กว.) โดยมีการจัดสอบระบบใหม่เริ่มต้นเมื่อต้นปี พ.ศ. 2552 ด้วยระบบสุ่มข้อสอบทั้งหมด ผ่านระบบคอมพิวเตอร์ (เฉพาะระดับ "ภาคีวิศวกร")

การศึกษาทางด้านวิศวกรรมโยธานั้น นับว่ามีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งเนื่องจากการพัฒนาทางด้าน เทคโนโลยีในปัจจุบันนั้นมีความก้าวหน้าสามารถเรียกได้ว่าเป็น การพัฒนาแบบก้าวกระโดด ซึ่งมีผลโดยตรงกับการศึกษาทางด้านวิศวกรรมโยธา เช่นกัน ดังนั้นสถาบันการศึกษาหลายๆ สถาบันจึงได้มีการปรับปรุงแผนการเรียนการสอนทางด้านวิศวกรรมโยธาให้มีความทันสมัย เพื่อผลิตบุคลากร ทางด้านวิศวกรรมโยธา หรือที่เรียกกันว่า "วิศวกรโยธา" ที่มีคุณภาพและตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานมากขึ้น

ตัวอย่างงานโยธา

งานระบบและไฟฟ้า

วิศวกรรมเครื่องกล (Mechanical Engineering) เป็นวิชาเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้คณิตศาสตร์และกฏทางฟิสิกส์เพื่อการประดิษฐ์ การผลิต และ การดูแลรักษาระบบเชิงกล วิศวกรรมเครื่องกลเป็นหนึ่งในสาขาทางวิศวกรรมที่เก่าแก่ที่สุดและมีขอบข่ายกว้างขวางที่สุด การศึกษาวิศวกรรม เครื่องกลนั้นจำเป็นต้องมีความเข้าใจในหลักการพื้นฐานของหลักกลศาสต์ พลศาสตร์ อุณหพลศาสตร์ กลศาสตร์ของไหลและพลังงานเป็นอย่างดี

วิศวกรรมเครื่องกลนั้นสามารถใช้หลักการณ์พื้นฐานได้ดีพอกับความรู้อื่นๆ ในงานภาคสนามเพื่อการออกแบบและวิเคราห์ยานยนต์ อากาศยาน ระบบทำความร้อนและความเย็นเรือ ระบบการผลิต จักรกลและอุปกรณ์อุตสาหกรรม หุ่นยนต์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ เป็นต้น

ตัวอย่างงานระบบและไฟฟ้า

อุปกรณ์ที่จำหน่าย

Air Shower คือ อุปกรณ์ที่ช่วยลดปริมาณของฝุ่นละออง หรือเศษวัสดุ ที่ติดมากับผู้ปฏิบัติงาน เครื่องจักร หรือวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต ก่อนเข้าสู่ห้องคลีนรูม (ห้องสะอาด) หรือห้องที่ควบคุมปริมาณและขนาดของฝุ่น อีกทั้งยังเหมาะกับอุตสาหกรรมที่ต้องการมาตรฐาน GMP , HACCP , BAC ฯลฯ รวมถึงธุรกิจที่ต้องการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อกระบวนการผลิตและสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้าเมื่อมาเยี่ยมชมโรงงาน

การทำงาน

Air Shower ถูกออกแบบให้ทำงานด้วยระบบ PLC Control โดยเป่าอากาศสะอาดซึ่งผ่าน HEPA FILTER ความสามารถในการกรอง 99.99% ที่ 0.3 ไมครอน ออกทางหัวจ่ายสแตนเลส ความเร็วลมมากกว่า 25 เมตรต่อวินาที และดูดกลับด้านล่างโดยมี Washable synthetic Pre-Filter, Perforated Face-Guard ช่วยกรองฝุ่นหยาบ, เส้นผม และเศษวัสดุที่หลุดออกมาขณะระบบทำงาน

กิจกรรมเพื่อสังคม

บริษัท พรีเมี่ยม ควอลิตี้ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ได้บริจาคเงินจำนวน 200,000 บาท สร้างฌาปนสถานให้แก่วัดศรีภูมิ เพื่อให้เป็นสาธารณประโยชน์แก่คนในชุมชนบ้านติ้ว และชุมชนใกล้เคียง


อาคารสีเขียวคืออะไร?

อาคารสีเขียว (Green building) คือ อาคารที่สร้างขึ้นโดยใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ คุ้มค่า มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมตลอดวัฏจักรชีวิต (life cycle) ของตัวอาคาร ไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนการเลือกพื้นที่ทำเล การออกแบบ การก่อสร้าง การดำเนินการ การดูแล การซ่อมแซมปรับปรุง รวมไปถึงการทำลายตัวอาคารด้วย เพราะเป้าหมายหลักของเเนวคิดนี้คือการลดผลกระทบจากอาคารก่อสร้าง หรือ สิ่งแวดล้อมสรรค์สร้างต่างๆ (built environment) ที่จะมีผลต่อสุขภาพของผู้คน (human health) และสิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติ (natural environment) ดังนั้นอาคารสีเขียวจึงมุ่งเน้นไปที่ 3 ประเด็นหลัก ดังนี้

1. ประสิทธิภาพของการใช้น้ำ พลังงาน และทรัพยากรธรรมชาติอื่นๆ

2. ปกป้องสุขภาพและส่งเสริมความสามารถในการทำงานของผู้คนในอาคาร

3. ลดปัญหาขยะ มลพิษ และการทำลายสิ่งแวดล้อม

ทำไมอาคารต้องเป็น ‘สีเขียว’? 

  1. ในทุกโครงการ ทางบริษัทมีเป้าหมายและนโยบายความปลอดภัยในการทำงาน ผู้บริหารและบุคลากรทุกระดับมีหน้าที่ที่จะร่วมมือกันปฏิบัติ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการทำงานทุกด้าน
  2. ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและความรู้เป็นจุดเริ่มต้นของนวัตกรรมการก่อสร้างอาคารและสถาปัตยกรรมต่างๆ ของมนุษย์ ยิ่งเราอยู่ในพื้นที่ที่มีความเจริญมากเท่าใด จำนวนสิ่งแวดล้อมสรรค์สร้างของมนุษย์ก็มีมากขึ้นเท่านั้น ข้อมูลของ United Nations ระบุว่า ในปี 2011 โลกมีประชากร 7 พันล้านคน โดย 3.6 พันล้านคนเป็นประชากรที่อาศัยอยู่ในเมือง ซึ่งมีสัดส่วนสอดคล้องกับเปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ที่พัฒนาไปเป็นสังคมเมือง (urbanization) ซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 52 เปอร์เซ็นต์ทั่วโลก

    โดยในช่วงปี 2010-2015 อัตราการขยายตัวของความเป็นเมืองโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ 1.97 เปอร์เซ็นต์ นั่นหมายความว่า ในอนาคตจำนวนอาคารก่อสร้างไม่ว่าจะเป็นตึกสูง ตึกแถว และบ้านเรือนจะมีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ (จากที่มากอยู่แล้ว) ผลกระทบจากอาคารต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมก็จะยิ่งมีความรุนแรงมากขึ้น

ผลกระทบจากสิ่งแวดล้อมสรรค์สร้างเหล่านี้สามารถแบ่งได้เป็น 7 ด้านดังนี้

  1. ด้านทรัพยากรพลังงาน - เนื่องจากตึกหรืออาคารส่วนใหญ่มีการเผาผลาญทรัพยากรพลังงานไปกับสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เครื่องปรับอากาศ การระบายอากาศ การสูบน้ำ หลอดไฟทั้งในและนอกอาคาร ลิฟต์ และอื่นๆ
  2. ด้านทรัพยากรน้ำ - ในที่นี้หมายถึงปริมาณน้ำที่ถูกใช้ทั้งในการบริโภค ทำความสะอาด รดน้ำต้นไม้ในสวนรอบๆ บริเวณพื้นที่อาคาร
  3. ด้านสภาพอากาศในพื้นที่และชั้นบรรยากาศ - ตึกอาคารต่างๆ มีส่วนในการเพิ่มอุณหภูมิของพื้นที่รอบข้าง ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า urban heat island นอกจากนี้การใช้ทรัพยากรพลังงานเกือบตลอดทั้งวันยังส่งผลให้อาคารปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์สู่บรรยากาศในปริมาณมาก
  4. ด้านการใช้พื้นที่ - หากก่อสร้างอาคารบนพื้นที่สีเขียวก็จะต้องมีการตัดไม้ทำลายป่า หรือรุกล้ำพื้นที่ธรรมชาติ นอกจากนี้การก่อสร้างยังส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนรอบข้างได้อีกด้วย ยกตัวอย่างเช่น ขยะมลพิษจากกระบวนการก่อสร้าง ซึ่งรวมถึงมลพิษทางเสียง นอกจากนี้แสงไฟจากตึก อาคารเอง ก็ยังรบกวนชุมชนรอบข้างในตอนกลางคืน
  5. ด้านสิ่งแวดล้อมภายในอาคาร - หลายคนอาจมองว่ามลพิษข้างนอกบ้านนั้นอันตราย โดยไม่รู้ว่ามลพิษภายในอาคารก็อันตรายเหมือนกัน มลพิษทางอากาศที่อันตรายที่สุดอันนึงคือ ก๊าซเรดอน ซึ่งเป็นสารกัมมันตรังสีที่มีอยู่ทั่วไป ทุกหนแห่ง ไม่มีรส ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น และไม่สามารถรับรู้ได้ด้วยประสาทสัมผัสใดๆ ของมนุษย์ 

    ก๊าซเรดอนเป็นสารก่อให้เกิด โรคมะเร็งปอดในมนุษย์ สามารถพบได้ทั่วไปในดินหินตามธรรมชาติ เมื่อมนุษย์นำดิน หิน หรือทราย ที่มีแร่เรเดียมเจือปนมาก่อสร้างอาคาร วัสดุเหล่านั้นก็จะปล่อยก๊าซเรดอนออกมาตามปริมาณเรเดียมที่ปะปนอยู่ อีกอย่างหนึ่งที่สำคัญคือ แร่ใยหิน (asbestos) ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่มักพบในวัสดุก่อสร้าง เช่น กระเบื้องมุงหลังคา กระเบื้องแผ่นเรียบ ฝ้าเพดาน

    หากไม่มีการระบายอากาศที่ดี แร่ใยหินก็จะเป็นอันตรายต่อปอดของมนุษย์ได้ถ้าสูดดมเข้าไป ทำให้เป็นโรคมะเร็งปอดหรือโรคปอดอักเสบ นอกจากนี้กิจกรรมของมนุษย์เองก็สร้างมลพิษได้เหมือนกัน เช่น บุหรี่ ยาฆ่าแมลง สเปรย์ต่างๆ เป็นต้น
  6. ด้านวัตถุดิบก่อสร้างและขยะ - ยิ่งมีการก่อสร้างมากขึ้น วัตถุดิบธรรมชาติที่นำมาแปรรูปเพื่อใช้ก่อสร้าง ซ่อมแซม และบำรุงก็ต้องถูกเผาผลาญมากขึ้น แร่หิน น้ำ น้ำมัน พลังงานต่างๆ ที่ต้องใช้ในการก่อสร้าง ก็จะมีปริมาณเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เช่นเดียวกับขยะจากขั้นตอนเหล่านั้น
จะเห็นได้ว่าผลกระทบจากสิ่งแวดล้อมสรรค์สร้างของมนุษย์เป็นสิ่งที่เราไม่อาจมองข้ามไปได้ แนวคิดอาคารสีเขียวจึงมีความสำคัญมากขึ้นในการแก้ปัญหาต่างๆ เหล่านี้

กิจกรรม


• ไทยกอล์ฟกูรู


• ชมรมนักกีฬายิงปืนกลองปราบปราม


ประวัติความเป็นมา


ชื่อบริษัท : บริษัท พรีเมี่ยม ควอลิตี้ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด

555/118 หมู่บ้าน เนอวานา อ่อนนุช ถ.อ่อนนุช แขวงประเวศ เขตประเวศ กรุงเทพฯ 10250

โทร. 0-2328-8976  แฟกซ์ : 0-2328-8986  อีเมล : Premiumq2006@gmail.com

ก่อตั้ง : เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ.2549

ทุนจดทะเบียน : 10,000,000 บาท

รายละเอียดของธุรกิจ : ออกแบบและสร้างระบบปรับอากาศและระบายอากาศ, ห้องทำความสะอาดและระบบที่เกี่ยวข้อง, ระบบไฟฟ้า, การก่อสร้างอาคาร, ระบบควบคุมและควบคุมอาคาร, ประปาและสิ่งอำนวยความสะดวกสุขาภิบาล, ระบบดับเพลิง, อุปกรณ์บำบัดน้ำ, วิศวกรรมสิ่งแวดล้อม, ระบบทำความเย็นและห้องเย็น, เครื่องลดความชื้นและเครื่องอบแห้ง

เอกสารประวัติบริษัท : คลิ๊กดาวน์โหลด

โครงสร้างบริษัท


โครงสร้างบริษัท : คลิ๊กดาวน์โหลด